Q: ประวัติส่วนตัวเล็กน้อย...เรียนจบปีไหน ไปต่อโท
ที่ไหน ทำงานอะไรที่ไหน...ลักษณะงานการปฏิบัติวิชาชีพ ทำอะไร?
A: ชื่อ ไพศาล เกาฏีระ จบการศึกษาระดับมัธมที่โรงเรียน
ภปร.ราชวิทยาลัย มศ. 5 เอนท์ทรานซ์เข้า คณะสถาปัตย์ ลาดกระบัง
ตอนนั้นถือเป็นรุ่นที่ 15 ถ้านับมาจากตอนอยุบางพลัด
เข้ามาอยู่ที่นี่ก็ถือเป็นรุ่นแรกเลย เรียนอยู่หกปี แล้วไปต่อปริญญาโทที่ มหาวิทยาลัย ศิลปากร
ด้านการวางผัง ทำงานไปด้วย ตอนนั้นทำที่บริษัท โฟร์พีเพิล ด้านออกแบบ ตำแหน่งเป็น cheap architect เป็นหัวหน้าฝ่ายมีลูกน้องในแผนกประมาณ
10 คน ต่อมาย้ายมาอยู่ที่บริษัทสถาปนิก ที่บางกอก บาร์ซ่า
แถวราชประสงค์ และออกมาเปิดบริษัทของตัวเอง ชื่อว่า ไพศาล สำนักงานสถาปนิก
แถวแฮปปี้แลนด์ บางกะปิ
Q: ตอนทำทีสิสเป็นยังไงคะ
A: เลือกทำทีสิสเกี่ยวกับ
ธนาคารกรุงไทย ได้ออกแบบธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ เลือกทำสิ่งที่ใกล้ตัว
เพราะครอบครัวตอนนั้นเป็นผู้บริหารอยู่ เลยมีข้อมูลมาก เวลาสืบค้นเลยทำได้ง่ย ตอนนั้นไม่มีอินเตอร์เนต
ข้อมูลกว่าจได้มา ก็ไม่ได้สะดวกเหมือนสมัยนี้ ทีสิสของลุงได้ท้อปทีสิส ถึงจะจบช้ากว่าเพื่อนไปปีนึง
เพราะต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย แต่ก็รู้สึกภูมิใจและสนุกกับมัน
Q: งาน หรือ ผลงานของพี่ที่ไปสัมภาษณ์นั้น
ที่พี่เขาคิดว่า เป็นตัวอย่างที่ดีในการปฏิบัติวิชาชีพ
คืออะไร...อุปสรรคในการปฏิบัติวิชาชีพคืออะไร?
A: งานที่ออกแบบส่วนใหญ่จะเป็นพวกบ้านพักสโมสร และบ้านจัดสรร
ออกแบบทางด้านผังเมืองด้วย ผลงานที่ออกแบบบ้านจัดสรรที่ผ่านมาคือ โครงการมณียา
ท่าอิฐ หมู่บ้านสินธรแฮปปี้แลนด์ งานคอนโดแถวราชดำเนิน และโครงการของพร้อพเพอตี้
เพอร์เฟกต์ งานที่คิดว่าเป็นตัวอย่างและให้ประสบการณ์คือการได้รับเชิญไปออกแบบโรงเรียน
นายร้อย จปล. ที่เขาชะโงก ตอนนั้นถือเป็นงานแรกๆตั้งแต่จบมา ทำให้เราได้ให้อะไรหลายเรื่อง
อย่างการติดต่อกับลูกค้า ความรับผิดชอบ และการเรียนรู้สิ่งใหม่และอุปสรรคในการทำงานอย่างเรื่องปัญหาในการทำงาน
กับลูกน้องหรือช่าง
Q: แล้วสไตล์ของงานเป็นยังงัยคะ
A: เป็นงานตามใจเจ้าของโครงการเลย เราดูที่การตลาด
ประมาณราคา และคุมงบให้อยู่ในจำนวน ดูพื้นที่บริเวณใกล้เคียงว่ามีอะไรบ้าง
และก็กำลังซื้อของผู้ใช้ อย่างการทำบ้านจัดสรร ก็ต้องดูทำเล และก็วางผัง จัดZoning
| บ้านริมน้ำที่พี่ไพศาล ออกแบบตอนจบปริญญาตรี ให้กับคุณแม่ |
Q: ข้อคิดที่สำคัญในการ ทำงานคืออะไร? การปฏิบัติตนต่อการทำงานทำอย่างไร?
A: ลุงให้ความสำคัญกับการตรงต่อเวลา เป็นอันดับแรก
เพราะถือเป็นหัวใจในการทำงานของสถาปนิกเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่เรียนระดับมหาวิทยาลัยแล้ว
เค้าฝึกให้เราเป็นคนตรงต่อเวลา อย่างการนัดหมายส่งงาน พอมาทำงาน มีการลงทุนเกิดขึ้น
งานสถาปัตยกรรมถือเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างสูง เราต้องรับผิดชอบต่อเวลา
เพราะถ้าช้าก็จะทำให้เจ้าของโครงการเสียค่าเวลา ค่าดอกเบี้ย ค่าจ้าง
ต่างๆจะรวนไปหมด ไม่ควรเอาเปรียบใคร ถ้านัดแล้วต้องทำให้ได้ และต้องตั้งใจทำด้วย
Q: คิดเห็นอย่างไรกับ จรรยาบรรณวิชาชีพ
A: เป็นสิ่งที่ควรมีครับ ก็เหมือนอาชีพวิศวกรหรือหมอ ที่ต้องมีสิ่งพวกนี้เข้ามาควบคุม
เพราะงานออกแบบอาคารก็มีความเสี่ยงอยู่มาก และต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน
และส่งผลกระทบในหลายด้านถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ถือเป็นการคุ้มครองเราและ ผู้ใช้งาน
หรือผู้เกี่ยวข้องด้วยครับ ลุงเห็นว่ามีน่ะดี สมัยนี้วงการสถาปนิกเติบโตเร็วมากกว่าแต่ก่อนเยอะ
ต้องมีส่วนที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นอีกครับ
Q: คิดเห็นอย่างไรกับการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม
A: ในประเทศไทยเดี๋ยวนี้เริ่มให้ความสำคัญกับการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นนะ
อย่างเมื่อ 20 ปีก่อน ได้ไปดูงานที่ประเทศออสเตรเลีย เกี่ยวกับการนำ solar cell มาใช้กับอาคาร แปลงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าในบ้าน
ตอนนั้นน่าสนใจมาก แต่พอนำมาเสนอที่นี่ก็ยังไม่ค่อยมีใครสนใจเลย แต่ตอนนี้
เริ่มมีคนพูดถึงมากขึ้น อย่างโครงการใหญ่ๆก็มีมาตรฐาน LEED มาควบคุมทำให้คิดว่า
ประเทศไทยกำลังพัฒนาในด้านนี้อยู่ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเวลาเราเรียนออกแบบเรื่องพวกนี้ก็ถือเป็นหลักการออกแบบเบื้องต้นอยู่แล้ว
อย่างการคำนึงถึงแดดลมฝน หลักการเจาะ void ใส่ fin ให้ถูก ง่ายๆ ก็ไม่ควรละเลยนะ
มันสำคัญมากกับคนที่เข้าไปใช้ และส่วนประกอบที่เป็นธรรมชาติ เช่น การปลูกต้นไม้
และขุดบ่อน้ำ ในโครงการ ก็เป็นส่วนนึงที่ทำให้อาคารเย็นได้โดยไม่พึ่งเทคโนโลยีจนเกินไป
Q: พี่ๆ คิดว่า สถาปนิกรุ่นใหม่ๆ
ที่ลาดกระบังผลิตออกมา มีคุณภาพอย่างไร
ต้องการให้ภาควิชาปรับปรุงลักษณะบัณฑิตออกมาให้เป็นอย่างไร ?
A: เด็กๆสมัยนี้งานคนละสไตล์กับตอนที่ลุงเป็นหนุ่มมาก
ต้องขอชื่นชมเลยว่าเก่งขึ้นมากกว่าแต่ก่อน
คงเพราะสมัยนี้ให้ความสำคัญกับงานด้านนี้ ได้ดูงานเยอะขึ้น โดนเฉพาะงานเมืองนอก
สถาปนิกสมัยนี้เลยมองภาพกว้างขึ้นมาก กล้าคิด กล้าดีไซน์ ดูอย่างในละครสิ
ก็เริ่มให้ความสำคัญกับบ้านของพระเอกนางเอกนะ เห็นมั้ย บ้านสวยขึ้น ทันสมัย
มีสไตล์ต่างๆให้ดูเยอะเลย ทำให้เห็นว่ามันกำลังพัฒนาไปไกลกว่าแต่ก่อนแล้ว ชื่นชมจริงๆ
เด็กลาดกระบัง
ขยัน ถึงตอนนี้ลุงก็เชื่อว่า คงเรียกได้ว่าเป็นชื่อติดตัวไปแล้ว
สิ่งที่อยากให้เน้น ก็คือ เรื่องเวลาและความมีวินัย
เรพาะจบมาสิ่งพวกนี้สำคัญมากจริงๆ
เพราะจะติดตัวเราไปและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคนที่เราทำงานด้วย เรื่องของการปรับปรุงบัณฑิต
คงไม่รู้อะไรมาก แต่อยากให้พัฒนาที่ตัวคน ความรับผิดชอบต่อตนเอง
คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
Q: ช่วยเล่าบรรยากาศ สมัยที่เรียน ณ ลาดกระบัง ว่า
เรียนกันอย่างไร ใช้ชีวิตและกิจกรรม ในคณะฯ อย่างไร?
สุดท้ายนี้ขอบคุณคุณลุงอูฐมากค่ะที่ได้ให้สัมภาษณ์รุ่นน้อง ลาดกระบังรุ่นห่างกันกว่าสามสิบปี รู้สึกเป็นกันเองและเข้าใจอาชีพสถาปนิกมากขึ้นค่ะ :)